Nopparit's profileดินแดนแห่งความเหงาPhotosBlogListsMore Tools Help

Nopparit Phuwaketanon

Occupation
Interests
Photo 1 of 23
There are no music lists on this space.
No list items have been added yet.

ดินแดนแห่งความเหงา

June 14

"วิชา" กับ "ปัญญา"

brain-763982

การอ่านหนังสือมากกว่าคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าเราฉลาดกว่าคนอื่น ปริญญาเป็นเพียงสิ่งสมมติ เพื่อใช้วัดค่ามาตรฐาน
ตามกฎเกณฑ์ของสังคม แต่นั่นย่อมไม่ได้วัดว่าใครจะเข้าใจชีวิตมากกว่ากัน

"วิชา" กับ "ปัญญา"
นั่นแตกต่างกัน
อ่านเยอะ รู้เยอะ เห็นเยอะ ยังไม่อาจเรีกได้ว่าเป็น "ผู้รู้จริง"

ทำไมยิ่งเรียนสูง เรากลับพบว่าคนเหล่านั้น ก็ยังมีปัญหาในการจัดการความทุกข์ของตัวเอง
ทำไมยิ่งฉลาดยิ่ง พบปัญหาต่างๆรุมเร้า แม้แต่จะยิ้มให้คนแปลกหน้ายังคิดระแวง
ทำอะไรก็คิดแต่จะเอาเปรียบคนอื่น ไม่รู้จักการให้ คิดทุกอย่างเป็นเพียงแต่เรื่อง ของผลประโยชน์

ผู้รู้ที่แท้ คือ ผู้ที่รู้จักตัวเอง เราไม่ต้องไปวิจารณ์ใครหรอก ว่าเขาดี-เลวแค่ไหน
ย้อนมองส่งตนดูแล "จิตใจและความคิด" ของตัวเราให้ดีที่สุดเท่านั้นพอ

หมื่นรู้..มิสู้ปล่อยวาง

March 06

ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชาย

ท่านที่เข้ามากรุณาอ่านให้จบ ท่านคิดถูกแล้วที่ได้หลงเข้ามา
(ไม่ได้ธรรมะ ธรรมโมอะไร แต่อยากแชร์ให้ฟัง)
 
จะมีซักกี่ครั้งที่ได้เห็น พ่อ-แม่ ยิ้มด้วยความปลื่มปิติ บางคนอาจจะนับครั้งไม่ถ้วน แต่คงไม่กี่ครั้ง

ครั้งแรก   เมื่อผมลืมตาดูโลก
ครั้งที่ 2  เมื่อผมรับปริญญาบัตร
ครั้งที่ 3  เมื่อผมบวช
 
-ได้เห็นพ่อแม่ปลื้ม
-ได้เห็นญาติมิตรพี่น้องมาพบกัน ทั้งที่ไกล้และห่างไกล
-ทวดผมมางานบวช (อายุท่านราวๆ 100 ปี)
 
ให้พ่อแม่ได้เกาะผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์ครับ

เมื่อ นาค(ผมเอง ตอนโกนหัวนาค) ได้ก้มลงกราบขอขมา บิดา-มารดา แล้วใช้น้ำล้างเท้าพ่อกับแม่ "เหนือศรีษะลูก ประจบกับ เท้าทั้งสองของพ่อแม่"
หลวงพ่อหลวงพี่และหลวงตา ท่านบอกว่า พ่อแม่คือพระอรหันต์องค์แรกของเรา ฉะนั้น จงกราบไว้และเคารพท่าน
คำสอนมีหลากหลายมากผมจะยกมาเพียง 1 ล่ะกัน เป็นสิ่งที่หลวงพ่อท่านบอกไว้ (อาจจะแปลผิดก็ขออภัย)
 
" อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา "

1)อนิจจตา-ความเป็นของไม่เที่ยง ไม่จีรังยั่งยืน ไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลง แปรผันได้ทุกเวลา
2)ทุกขตา-ความเป็นทุกข์ ทนอยู่ในสภาพเดิมต่อไปอีกไม่ได้ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่สภาวะอย่างใดอย่างหนึ่ง
3)อนัตตา-ความเป็นของไม่ใช่ตน ความไม่มีอะไร ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของๆเรา ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่มีตัว ไม่มีตน
ก็ไม่พูดอะไรมากครับเดี่ยวจะง่วงเสียก่อน ถ้าสนใจเจอกันนอกรอบได้ครับ
 
แล้วสุดท้ายหลวงพี่ก็บอกผมว่า
" เลือกเอาว่าจะสุขทางโลก หรือ ทางธรรม ไม่ผิดหรอกที่เราต้องทำงานหาเงิน เพราะเราก็ต้องทำหน้าที่ลูกให้กับพ่อแม่ สะสมบารมี บวชอยู่กับงาน"
 
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ ที่ท่านที่วัดธรรมอุทยาน (ขอนแก่น) หลวงพ่อกล้วย หลวงตา หลวงพี่ เณร แม่ชี ทุกท่านที่ให้กระผมได้ลืมทางโลกไป เกือบ 2 week
และขอให้ทุกท่านได้พบความสุข และขอบคุณคนที่เป็นกำลังใจและเป็นหัวใจให้ผมเสมอมา ^_^
 
DSC_0407DSC_0152DSC_0227
 
December 31

บทสรุปปี 2007

บทสรุปชีวิต ของผมเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้างครับ
March
Event 1
"เกาะสีชัง" หลังจากลับมาจากเที่ยวเชียงใหม่ก็ มุ่งไปยังเกาะสีชัง ไปกับพี่ๆที่ทีมครับ trip นี้ใช้งบไม่มาก ได้เล่นน้ำทะเลด้วย นอน 1 คืนแล้วก็กลับ
แต่แทบจะไม่ได้นอนเลยแหละ เพรานั่งเล่นไพ่กันเกือบถึงเช้า ผีการพนันก็เข้าไปสิงร่างของเราทุกคน  ได้อะไรหลายๆอย่างคับ ได้พักผ่อน ได้ยินเสียงน้ำทะเลDSC_0033DSC_0066DSC_0214 DSC_0160

Event 2
"Good Bye" เป็นการเลี้ยงส่งพี่ภูมิครับ พาไปเลี้ยงส่งที่ โรงแรมแม็ค เป็นอาหารญี่ปุ่นครับ คงเมากันตามเคย หลังจะเมาเสร็จพวกเราก็พากันเข้าไปนั่งเล่น Couter Strike ที่ Office กันจนเที่ยงคืน
ทั้งเมาไป ทั้งเล่นไป บ้าๆดี  แต่ก็สนุกครับ
DSC_0314

Apirl
Event 3
"ปิดตำนาน รัชดา Site" เป็น Office ผมได้พึ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่เดือน แต่ต้องจากไปมันก็รู้สึกหวิวๆ เหมือนกัน จากนั้นก็นั่งเล่น Wining รอจนเค้าขนของเสร็จ
Office ที่เคยมีแต่โต๊ะทำงานตอนนี้เป็นที่ว่างปล่าวไปเสียแล้ว... เสียดายที่ยังอยากกินผลไม้ของลุงที่ขายอนยู่ที่นั่นอยู่เลย
DSC_0140DSC_0184DSC_0174

May
Event 4
"เปิดตำนาน Exchange" เป็น Office ใหม่พี่เราได้เช้ามาอยู่พร้อมๆกันน้องๆ ที่เข้ามาในทีมเลยทีเดียว บรรยากาศดีกว่าเดิม แต่ว่าคนที่อโศกเยอะไปนิด ที่กินข้าวไกลDSC_0320

June
Event 5
"Adventure Trip" trip นี้ก็ไปกันเกือบทั้งทีมอีกแล้วครับ รอบนี้ตรงไปยังเขาใหญ่ โคราช พักที่นั่น 1 คืน  trip นี้ประทับใจตรงที่ได้เล่นน้ำที่เป็นต้นน้ำลำธาร โดนหอ ยิงปืน
พอตกเย็นก็ไปกินข้าวบ้านพี่เอ๋ ที่เป็นแฟนพี่พิเชษ ขอบอกว่าข้าวอร่อยมากๆ โดยรวมก็สนุกครับ ได้ไปเที่ยวกับพี่ๆน้องๆ ที่ทำงาน ละลายพฤติกรรมไปในตัว ก็ถือเป็นว่า trip ที่ส่งท่านขุน(พี่ตูน) ด้วยล่ะกัน
ไม่คิดเลยแกจะทิ้งน้องๆไป 555+
DSC_0201DSCF3376DSCF3378 DSC_0174

July
Event 6
"CSI Trip 2007" นี่ก็เป็น trip ใหญ่ของบริษัทครับ ไปกันที่เมืองกาญ 3 วัน 2 คืน เต็มไปด้วยความสนุก แล้วก็เหนื่อย.. ได้ทำกิจกรรมมากมายใน Mid Year Party
 ที่มี Concept ที่ว่า "Anything About V" ที่เราใช้คำว่า V R Gra 18+  หมายถึง พวกเรากล้าที่จะทำงานเลย 6 โมงเย็น อิอิ คิดได้ไงเนี๊ย  ไม่ได้รางวัลหรอกครับ แต่เอาฮา_DSC0013DSC_0330

แล้วจากนั้นผมก็ได้ไปยังตึกที่สูงที่สุดในประเทศคือตึกใบหยก แบบว่ามองเห็น กทม ได้ 360 องศาเลยทีเดียว
pano3

September
Event 7
"ไหว้พระวัดโพธิ์" วันนั้นรูปสึกเหงาๆครับ ก็เลยไปร่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยาคนเดียวกับกล้องคู่ใจ ก็ไปลงทีวัดโพธิ์ ใครที่เกิดวันอังคาร หาโอกาสไปไหว้ให้ได้นะครับ ผมเองก็เกิดวันอังครเหมือนกัน อิอิ
พระพุทธรูปใหญ่และสวยมาก
DSC_0102


October
Event 8
"พัทยา" รอบนี้ไปกับเพื่อนที่เรียนมหาลัยกันครับ อยากไปมานานแล้วพัทยา ก็เลยถือโอกาสนี้ไปซะเลย อยากไปถ่ายรูปมากๆ แต่ว่าฝนตก ฟ้าไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ สิ่งที่ประทับใจก็คือ
การที่ผมได้รู้จักกับคนๆนึง ซึ่งทำให้ผมมีความสุข ^ ^
DSC_0305

Event 9
"กันและกัน"  ก็ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เราได้พบกัน ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้   เธอคือผู้หญิงที่ผมรัก แล้วเธอทำให้ความเหงาผมหายไป...
ยังไงก็ขอบคุณสาวแบงค์คนนึงที่ทำให้เราได้พบกัน
IMG_1613

November
Event 10
"อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน"
  เป็นเมืองเก่าที่สวยงามมากครับ ถ้าท่านไปท่านจะเห็นวัดเก่าๆที่อยู่ตามเมืองเยอะมาก trip นี้ไปกลับครับ ไปถ่ายรูปอย่างเดียวDSC_0446

 

December
Event 11
"ครั้งหนึ่งในชีวิตเราคือพิชิตภูกระดึง"
  ผมเองก็ครั้ง 3 แล้วครับ รอบนี้ไปกัน 5 คนกับคนที่ Office อีกแล้ว  จะไปกี่ทีก็ยังประทับใจเหมือนเดิม ว่าหลังจากกลับมาก็ ปวดขาเป็นอาทิตย์เลยครับพี่น้องงง
pu03

Event 12
"Merry X' Mass" เป็นอีกครั้งที่ได้ไปถ่ายรูปที่ต้นคริสมาส ที่ Central World  เมื่อปีที่แล้วไปคนเดีย แต่ปีนี้ก็ไม่ได้ไปคนเดียว ^ ^
DSC_0201

Event 13
"CSI New Year Party" รอบนี้ก็แต่งตัว Super Man (แต่ที่เสื้อเขียนว่า Simple Man เค้าแปลออกมาว่า ผู้ชายใจง่าย เป็นงั้นไป) และเป็นอีกปีที่ได้ไปมั่วบนเวที - -''  ก็มั่วทุกครั้งแหละ 55+
DSC_7598

ส่งท้ายปีเก่าด้วย blog นี้... ยังไงก็ขอให้คนที่แวะเข้ามาจนมีความสุขตลอดไป 2008 นะครับ  Happy New Year ครับ  ...LOSO...

November 11

ตกลงคือพรหมลิขิตใช่มั้ย?

 
ตกลงคือพรหมลิขิตใช่มั้ย? 
 
ถ้าเธอเป็นคนที่ใช่จริงๆ มันก็คงคุ้มค่าที่เฝ้ารอ ได้แต่ถามฟ้าดินว่า ทำไมถึงเจอเธอช้าจัง  ทำไมถึงได้ให้ผมไปเจอกับรักคนที่มีเจ้าของ คบเพราะเหงา คบเพราะหวังอะไรบางอย่าง คบเพื่อฆ่าเวลา คบเพื่อเป็นตัวสำรอง สิ่งที่ผมให้ไปทุกครั้งนั้นคือให้ไปเต็มที่
 
แต่แล้ววันนึงผมก็ได้มาเจอกับคนที่เห็นคุณค่าของสิ่งผมให้ไปแล้วพร้อมที่จะรับมัน พร้อมที่จะเดินไปด้วยกัน แต่ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงมันก็คุ้มค่าที่เฝ้ารอแล้วจริงมั้ย? ก็ได้แต่หวังว่าเค้าจะไม่จากไปไหน แล้วประคองความรักนั้นให้คงอยู่ตลอดไป
 
การที่คน 2 คนมาเจอกันมันก็คงไม่ใช่พรหมลิขิตหรือปาฎิหาร เพราะไอสไตย์ได้กล่าวไว้ว่าโลกนี้ไม่มีปาฎิหารที่สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแล้วเกิดขึ้นด้วยเหตุและผล ผลที่เกิดขึ้นนั้น บางศาสนาและบางเผ่าพันเรียกมันว่า "กรรม"
 
DSC_0597DSC_0610DSC_0634DSC_0582
June 10

เก๋า...เหงา

สิ่งที่รักษาไว้ได้เป็นเวลานาน เค้าเรียกว่า "เก๋า"  แต่ถ้ารักษาไม่ได้....ก็ต้อง "เหงา"
  นี่เลยครับ ก่อนจะเข้า blog ผมขอแนะนำหนังเรื่อง Posible ชื่อไทยก็คือ  เก๊า เก๋า (หรีอปล่าว - -'')  สนุกดีครับ แต่ได้ขอคิดเยอะเลยครับ ข้อคิดแรกคือ สิ่งที่มีคุณค่านั้นคือสิ่งที่ทุกคนต้องการ เป็นนักร้อง ก็ต้องร้องเพลงที่ผู้ฟังอยากฟัง  เป็น Programmer ต้องเขียนโปรแกรมที่ลูกค้าอยากใช้ (เกี่ยวกันมั้ยวะ เหอะๆ)   ช่วงท้ายๆเรื่องนั้น ต๋อย (ชื่อพระเอก) ได้ร้องเพลง เหงา ที่ผู้ชม(อู๋)อยากฟัง ทำให้เค้าได้สามารถกลับโลกที่ตัวเองจากมาได้  ดังนั้นต้องแยกให้ถูกระหว่างความรู้สึกและความถูกต้อง
 
 
1 Year
    นี่ก็เวลาผ่านไปแล้ว 1 ปีแล้ว เค้าว่ากันว่า มหาลัยชีวิต เริ่มขั้นตอนเรียนจบ มันก็จริงอย่างที่เค้าพูดนะ 1 ปีนี้ให้อะไรผมเยอะแยะมากเลย ตอนนี้ก็มีเป้าหมายที่ชัดแจน หลังจากเคยฝันว่าเพียงแค่เป็น Programmer เท่านั้น  ได้มาเจอบริษัทดีๆ ทีมงานดีๆ พี่น้องดีๆ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ขอบคุณสำหรับคนที่จัดประกายเทียนผมอีกครั้ง ที่มันกำลังจะดับลง ตอนนี้มันกลายเป็นแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ ทำให้ผม เริ่มจะเป็นหนอนหนังสือเข้าทุกที
 
Free Time..
    ตอนนี้ผมมีคู่หูอยู่ 2 อย่างที่ติดตัวผมไปตลอด อย่างแรกเลยคือ note book ACER ที่กว่าจะเก็บเงินซื้อได้ กว่าครึ่งวันผมจะอยู่กับมัน ใช้มันทำงานใช้มันเล่นเกม อีกสิ่งหนึ่งก็คือ กล้อง Nikon ตัวหนึ่งที่ช่วยให้ผมหายเหงาไปเยอะเลย ได้ออกไปถ่ายรูปเรื่อยเปลื่อยในเวลาว่าง
 
3Kok
  เค้าว่ากันว่า ดู 3 ก๊ก จบ 3 รอบ คบไม่ได้ จริงเหรอ?  ผมก็ได้ลองอ่านหนังสือ ดูหนัง เล่นเกม 3 ก๊ก ทำได้อะไรหลายๆอย่าง เช่นการใช้คนให้ตรงกับงานเอย วางกลยุทธเอย หลายอย่าง แล้วก็ทำให้ผมเรียนรู้ว่า การที่ทีมจะอยู่รุ่งเรืองได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ความเก่งของแม่ทัพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่งของลูกน้อง แต่มันขึ้นอยู่กับทุกฝ่าย แล้วเป้าหมายของผมคือ การนำทีมไปสูความสำเร็จ ทำอย่างไรถึงจะสามารถปั้นบุคคากรในทีมให้เก่งขึ้นได้ ผมเองทำคนเดียวไม่ได้หรอก แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับทุกๆคน
 
Music
   ดอกไม้ราตรี... ดึกดื่นคืนนี้...ก็เธออยู่แห่งหนไหน ก็เธออยู่แห่งหนไหน อีกกี่คืนไม่รู้....ที่ยังคงต้องฝัน เฝ้ารอไปอย่างนี้...
Ohhh ผมชอบเพลงเย็นๆอะไรทำนองนี้ นั่ง up blog ไปฟังเพลงไป  ชอบดนตรีและเสียงร้อง มันเข้าถึงอารมณ์
 
สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณสำหรับคนที่คอยให้กำลังใจผม ขอบคุณครับ ที่ทำให้ไม่เคยเหงา...
December 25

สายไปไหม

กลับไปรับปริญญาคราวนี้ผมก็ได้ไปเจอเธออีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอนาน ในหัวลืมไปหมดแล้วล่ะแต่พอมาเจออีกครั้ง ได้ถ่ายรูปกับเธออีกครั้ง ทำให้คิดถึงหลายเรื่องที่ผ่านมา  หลายคนที่เคยคบก็ยังไม่เคยมีใครทำให้ผมเป็นอย่างนี้มาก่อน บอกตามตรงว่าเสียดายผู้หญิงคนนี้มากๆ ถ้าเธอผ่านมาเจอกระดาษ Online ชิ้นนี้ผมก็อยากมอบเพลงนี้ให้เธอ....
เนื้อเพลง: สายไปไหม (บี้)

อัลบั้ม: Love Scene

ฉันเหมือนตามืดมัว ที่มองไม่เห็น
ว่าใครคนนั้นเป็นคนสำคัญ
ก็ทั้งๆ ที่คุ้นเคยกัน เจอกันทุกวัน
ฉันก็ยังมองข้ามเธอไป
ฉัน ฉันในวันนี้ ที่เธอจากลา
เพิ่งมามองเห็นคุณค่าของเธอ
กว่าจะรู้หัวใจตัวเอง ก็ได้แต่เพ้อ
ไม่มีเธออยู่เคียงข้างกัน

อยากให้เธอได้ยินซักครั้ง
ไม่ว่าเธออยู่ที่ไหน
ให้ฉันบอกกับเธอได้ไหม
ว่าฉันไม่มีเธอแล้วหัวใจว่างเปล่า
ตื่นขึ้นมาไม่เห็น ไม่เจออะไรทั้งนั้น
ฉันต้องอยู่ลำพังเดียวดายชอกช้ำ
เหลือเพียงคำถามที่ฉันอยากรู้
สายไปไหม ถ้าบอกว่ารัก

ฉัน เหลือเพียงแค่เงา เหลือเพียงความเหงา
เจ็บปวดรวดร้าวและทรมาน
อยากจะหมุนเข็มนาฬิกา
กลับไปวันนั้น อยากบอกเธอว่าฉันรักเธอ

อยากให้เธอได้ยินซักครั้ง
ไม่ว่าเธออยู่ที่ไหน
ให้ฉันบอกกับเธอได้ไหม
ว่าฉันไม่มีเธอแล้วหัวใจว่างเปล่า
ตื่นขึ้นมาไม่เห็น ไม่เจออะไรทั้งนั้น
ฉันต้องอยู่ลำพังเดียวดายชอกช้ำ
เหลือเพียงคำถามที่ฉันอยากรู้
สายไปไหม ถ้าบอกว่ารัก
 หรือฟังได้ที่ >> http://webclass.homeip.net/members/453020101-3/SayPaiMai.wma
หรือจะฟังที่หน้าหลักก็ได้ http://losociety.spaces.live.com
July 16

บ่ายวันอาทิตย์ กับ วงจรชีวิต

บ่ายวันอาทิตย์
บ่ายวันอาทิตย์ คือวันที่คนทำงานหลายคนได้หยุดรวมทั้งผมด้วย มันเป็นวันที่พิเศษเพราะจะสามารถตื่นสายๆก็ได้
บ่ายวันอาทิตย์ คือวันที่มีความสุขกับเพื่อนๆโดยจะนัดเจอกันอยู่ตามห้างเพื่อออกเที่ยวกันหลายๆคน
บ่ายวันอาทิตย์ คือวันที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว โดยอาจจะทานข้าวด้วยกัน ดู TV ด้วยกัน เป็นวันพักผ่อนของครอบครัวไปด้วย
 
แล้วบ่ายวันอาทิตย์ ของผมล่ะ นั่งเขียนโปรแกรมอยู่หอ เล่นเกมอยู่หอ อ่านหลังสืออยู่หอ เป็นวันที่ต้องอยู่คนเดียว คิดขึ้นมาก็อยากกลับบ้านแล้วล่ะสิ ถ้าเป็นปีที่แล้ว บ่ายวันอาทิตย์ของผมก็คงต้องแวะเข้าไปเล่นที่ห้อง Project จะได้เจอเพื่อนๆ และเล่นเกมกัน หรือไม่ก็กลับบ้านไปทานเข้าที่บ้านกับครอบครัว เฮืออออ..... คิดถึงบ้านหว่ะ
 
วงจรชีวิต
ได้ทำงานในบริษัทที่ตัวเองชอบ ได้ทำงานที่ตัวเองชอบ สังคมคนในบริษัทก็ดี มีความมั่นคงในหน้าที่การงานแต่สิที่เสียไปก็คือ จากบ้าน จากครอบครัว จากเพื่อนๆ 
 
แล้วผมจะใช้ชิวิตที่มันซ้ำซาก จำเจ อย่างนี้ไปอีกนานเท่าไหร่  ตอนนี้ได้เข้าไปอยู่ใน loop ของชีวิตแล้ว
while(!Holiday){
  ตื่นมานอน
  ทำงาน
  พักเที่ยง
  ทำงาน
  เลิกงาน
  นอน
}